วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
อย่าคาดหวังผลลัพธ์ของการซื้อ-ขายครั้งต่อไปมากเกินไป
คนทั่วๆไปนั้นมักจะคาดหวังถึงผลลัพธ์ของการซื้อ-ขายครั้งต่อไป จากผลลัพธ์ในครั้งที่ผ่านๆมานั่นเอง นั่นหมายความว่า ถ้าคราวที่แล้ว หรือ สองสามครั้งที่แล้วพวกเขาขาดทุนล่ะก็ พวกเขาก็มักจะมองเห็นแต่ความเสี่ยง ในการลงทุนซื้อ-ขายครั้งต่อไปครับ แต่หากว่าครั้งที่ผ่านๆมา พวกเขามีกำไรล่ะก็ พวกเขาก็มักจะตกอยู่ในความรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับกำไรของพวกเขา และแทบจะไม่ได้มองเห็นถึงความเสี่ยงของพวกเขาเลย ซึ่งนั่นจะทำให้เขาอาจเริ่มขุดหลุมฝังตัวเองขึ้นมา จากการที่พวกเขานั้นจะเริ่มเสี่ยงมากไป หรือซื้อ-ขายมากเกินไป(Over trade) เพราะพวกเขาเริ่มเชื่อว่า การลงทุนซื้อ-ขายครั้งต่อไปของพวกเขาจะไม่ขาดทุนนั่นเองครับ
วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559
Infinite Growth FX
- เราเทรดในบัญชีของท่านภายใต้ชื่อของท่านผ่านระบบของโบรคเกอร์
- เพียงท่านมีเงินในบัญชีเทรดขั้นต่ำ 1,500USD และไม่ขอรับโบนัส
- สามารถรับบริการได้กับโบรคเกอร์ Fxprimus
- ทีมงานแบ่งผลกำไรเพียง 30% ไม่มีค่ารายเดือนหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- ไม่กำหนดระยะเวลาการลงทุนสามารถฝาก-ถอนได้ตลอดเวลา
- สามารถติดตามการเทรดจากบัญชีของท่านแบบ Real Time
Infinite Growth Support
Line Id : forexmaster
Call : 089-922-8504
- เพียงท่านมีเงินในบัญชีเทรดขั้นต่ำ 1,500USD และไม่ขอรับโบนัส
- สามารถรับบริการได้กับโบรคเกอร์ Fxprimus
- ทีมงานแบ่งผลกำไรเพียง 30% ไม่มีค่ารายเดือนหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- ไม่กำหนดระยะเวลาการลงทุนสามารถฝาก-ถอนได้ตลอดเวลา
- สามารถติดตามการเทรดจากบัญชีของท่านแบบ Real Time
Infinite Growth Support
Line Id : forexmaster
Call : 089-922-8504
เปิดบัญชีเลย
ลิ้งสมัคร
ลิ้งสมัคร
http://www.fxprimus.com/open-an-account?r=1071345
ขั้นตอนการสมัคร(คลิ๊ก)
แบบฟอร์มสัญญาการสมัคร Copy Trade (คลิ๊ก)
ประกาศ!! Infinite Growth Fx ณ วันที่ 1 เมษายน 2017
เรื่องนโยบายการปรับลดความเสี่ยง
เนื่องจากผลกำไรเป็นที่น่าประทับใจมากสำหรับเราโดยเป้าหมายของเราอยู่ที่ 10% ต่อเดือนแต่ในปัจจุบันกำไรเฉลี่ยเราอยู่ที่ 18% ต่อเดือนซึ่งผู้จัดการกองทุนเราเล็งเห็นถึงความปลอดภัยของนักลงทุนเป็นหลักจึงมีแผนปรับลดความเสี่ยงลงซึ่งแน่นอนว่าอาจมีผลต่อกำไรที่จะลดลงบ้างแต่ไม่มากและกำไรอยู่ในจุดที่เกินกว่าความพึงพอใจของเรามากซึ่งกลยุทธ์การเทรดของเราสามารถสร้าง Growth หรือบนพื้นฐานของหลักการทวีค่าจึงไม่มีผลต่อกำไรมากนักแต่กับการที่ทำให้ความเสี่ยงลดลงมันคุ้มค่ากว่ากันมาก
ตามที่ประกาศไว้เมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาในการปรับนโยบายเพื่อลดความเสี่ยงลงซึ่งจะมีผลต่อการฝากขั้นต่ำจากเดิม 1000$ เป็น 1500$ โดยผลของการปรับนี้จะส่งผลให้ % Draw down (DD%= การถือสถานะติดลบมากที่สุดโดยคิดเป็นเปอร์เซนของเงินในบัญชีทั้งหมด) ลดลงจากเดิม 25-30% จากผลงานเดิมที่ผ่านมา 8เดือนเราพบว่ามี DD% อยู่ที่ 30% ซึ่งผลจากการปรับนโยบายจะช่วยลดความเสี่ยงหรือ DD% เหลือเพียง 20%
โดยสัดส่วน Volume ที่ใช้เทรดเดิมคือ 0.01 ต่อทุน 1000$ แต่นโยบายใหม่ที่ใช้ปรับลดความเสี่ยงจะอยู่ที่ 0.01 ต่อทุน 1500$
ทั้งนี้ลูกค้าที่ฝากด้วยทุน 1000$ ก่อนวันที่ 9เมษายน2017 ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนท่านสามารถใช้กำไรที่เกิดขึ้นมาคำนวนเป็นทุนได้โดยส่วนนี้หรือหากท่านประสงค์เพิ่มทุนท่านสามารถติดต่อโดยตรงหาผู้ผู้จัดการกองทุนเพื่อคำนวน Volume การซื้อขายตามที่ท่านประสงค์
ขอขอบพระคุณนักลงทุนทุกท่านอย่างยิ่งที่ไว้วางใจเราเสมอมา
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ไม่ลงทุนเสี่ยงกว่า
ผมเคยเห็นรุ่นพี่ผมพูดเรื่องนี้ไว้เหมือนกันอนุญาติเอาแนวคิดพี่เค้ามาตอบนะครับ นักลงทุนปกติแล้วมีรายได้กี่ทาง และคนที่ไม่มีการลงทุน มีรายได้กี่ทาง คนทำงานประจำส่วนใหญ่ มีรายได้จากงานประจำเพียงอย่างเดียว แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ มีรายได้หลายทาง จากงานประจำบ้าง จากธุรกิจส่วนตัวบ้าง จากการลงทุนในธุรกิจของคนอื่นบ้าง เพียงเหตุผลข้อเดียวนี้ ก็น่าจะรู้ว่า คนที่มีช่องทางการมาของรายได้ทางเดียว ย่อมเสี่ยงกว่าคนที่มีหลายช่องทาง แต่เหตุผลอีกข้อหนึ่งก็คือ คนลงทุน มักจะมีเงินสำรองเสมอแต่คนที่ไม่ได้ลงทุน มักใช้เงินหมดทุกเดือน บางเดือนติดลบ (ยกเว้นบางคนที่ออมเงินได้นะครับ)
อีกเหตุผลหนึ่ง สำหรับคนที่ออมเงินอย่างเดียว แต่ไม่ได้ลงทุน นั่นก็คือ อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งปกติแล้ว อัตราเงินเฟ้อ มักจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ย
ยิ่งเวลาผ่านไป ค่าเงินที่มีอยู่ก็จะน้อยลงเรื่อยๆ คนที่ลงทุน ยังมีโอกาสทำกำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง แต่คนที่ออมเงินอย่างเดียว จะมีแต่ขาดทุน (จากอัตราเงินเฟ้อ)
จึงเรียกได้ว่า คนที่ลงทุน เสี่ยงน้อยกว่า คนที่ไม่ได้ลงทุน ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพแบบง่ายๆ
มีคนสองคน ทำงานประจำเหมือนกัน เงินเดือนเท่าๆ กัน มีรายจ่ายพอๆ กัน คนแรก ไม่มีการลงทุนอะไรเลย คนที่สอง ได้ลงทุนซื้อต้นมะม่วงมาปลูกเวลาผ่านไป คนที่สองได้ผลจากมะม่วงที่ปลูกไว้ ก็สามารถลดรายจ่ายจากค่าซื้อมะม่วงมากินได้ เก็บเกี่ยวดอกผลของมะม่วงได้ ส่วนคนแรกจะกินมะม่วงก็ต้องเอาเงินไปซื้อมา ใครเสี่ยงกว่าระหว่างคนลงทุนกับคนไม่ได้มีการลงทุนใดๆ และหากนักลงทุน มีวิธีรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นก็ยิ่งจะเป็นการลดความเสี่ยงลงไปได้อีก แนะนำให้ลองดู การลงทุนจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งครับ ผมเชื่ออย่างนั้นครับ แนบข้อมูลช่วยประกอบการตัดสินใจ ตามนี้เลยครับ
ที่มา http://pantip.com/topic/32512028 ความคิดเห็นที่ 11
บทความอื่นๆ
วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
Why choose us?
FXPrimus Europe (CY) Ltd.
Office 102 Zavos Kolonakiou Centre, 4103 Limassol, Cyprus
ทีมบริหารที่มีความเชี่ยวชาญซึ่งนำโดย Terry Thompson, ประธานและ CEO ของ FXPRIMUS
Terry Thompsonอยู่ในธุรกิจการเงินตั้งแต่ยุค 1990 เขาเริ่มอาชีพโดยการเทรดตลาดทุนและได้รับใบอนุญาต Series 6, 63, และ 7 (NASD)หลังจากประสบความสำเร็จในตลาดทุน เขาถ่ายทอดทักษะการเทรดมาสู่ตลาดสกุลเงินต่างประเทศ เขาเชื่อว่าพื้นฐานความสำเร็จของเขามาจากการจัดการความเสี่ยง เขาเชื่อว่าความสามารถในการจัดการความเสี่ยงจะทำให้เกิดกลยุทธ์การเทรดที่ดี และยังทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จด้วย เขาจบการศึกษามาจาก Temple University ในฟิลาเดลเฟีย มลรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา
ความปลอดภัยที่สุดของเงินทุน
บุคคลที่สามบริหารจัดการความปลอดภัยเงินทุน ของคุณ จะบริหารงานโดยผู้ดูแลระบบซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ที่ยังทำหน้าที่เป็นผู้ลงนามสำหรับการทำธุรกรรมของลูกข่ายทั้งหมดได้อย่างเป็นอิสระ
ดูแลโดยนักตรวจสอบบัญชี. เป็นหนึ่งในเพียงไม่กี่แห่งที่ผ่านการตรวจสอบประจำปี ี้เพื่อให้คุณเกิดความสบายใจ ที่เราต้องการให้เหนือกว่าและใช้นโยบายดีตามที่กฎหมายกำหนด
การตรวจสอบจากบุคคลภายนอกโดย BOUDICA CLIENT TURST สำหรับลูกค้า FXPRIMUS ได้กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมด้านความปลอดภัยของเงินทุนขึ้นใหม่โดยแต่งตั้งให้ Boudica Client Trust เป็นผู้ดูแลคำขอถอนเงินของบัญชีลูกค้าโดยไม่ทำให้ลูกค้าได้รับความล่าช้า
กำกับดูแลโดยสหภาพยุโรป เราได้รับการกำกับดูแลในทุกด้านโดย CySEC และปฏิบัติตามข้อบังคับของ Markets in Financial Instruments Directive (MiFID) ทุกประการ
การคุ้มครองยอดคงเหลือไม่ให้ติดลบ ยอดคงเหลือของคุณจะได้รับการคุ้มครองในกรณีที่ตลาดผันผวนอย่างรุนแรง
สถาบันธนาคารชั้นนำ FXPRIMUS อาศัยการดูแลสภาพคล่องส่วนหนึ่งจาก CapMarFX ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านสภาพคล่องระดับสถาบันผ่านธนาคารชั้น 1 โดยมี HSBC เป็นผู้รับฝากทรัพย์สินสำหรับเงินทุนของลูกค้า
จุดแข็งของเรา
FXPRIMUSจัดให้บริการการสนับสนุนเทคโนโลยีของลูกค้า สภาพคล่อง กองทุนการรักษาความปลอดภัย การฝึกอบรม และความสำคัญที่จำเป็นเพื่อการเข้าตลาดในปัจจุบัน สภาพแวดล้อมทางการค้าของเรารองรับทุกประเภทของพ่อค้าตั้งแต่แรกเริ่ม จนถึงผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณยังใหม่ต่อการซื้อขายออนไลน์ โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนการค้า คุณอาจมีความกังวลเกี่ยวกับการสนับสนุนการศึกษาและกองทุนเพื่อความปลอดภัย ฉันจะสามารถไว้วางใจโบรคนี้ได้หรือไม่? ความยากในการเทรดเป็นอย่างไร? ฉันจะได้กำไรหรือขาดทุน? นักเทรดที่มีประสบการณ์อาจมีความกังวลเหมือนกัน เพื่อขยายการค้าของพวกเขา ที่ FXPRIMUS เราเข้าใจดีว่าความสำคัญในการตั้งคำถามเหล่านี้เมื่อคุณเลือก Forex Brokerage. โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับจุดแข็งที่เรารู้สึกว่า FXPRIMUSแตกต่างจากโบรคอื่นๆ
ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ(CSR)
FXPRIMUS ยึดมั่นในหลักจริยธรรมอย่างเคร่งครัดและเข้าใจถึงความสำคัญในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นที่ตนดำเนินธุรกิจอยู่ ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงร่วมบริจาคเงินประมาณ $200,000 ให้แก่หน่วยงานการกุศลที่เหมาะสมจากทั่วโลกในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เงินได้รับการมอบให้กับหน่วยงานต่างๆ โดยรวมถึง YUM Foundation ในอินโดนีเซีย (Yayasan Usaha Mulia) ซึ่งในรายงานประจำปีของมูลนิธินั้นได้เน้นถึงโครงการที่สำคัญอันจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขาดการสนับสนุนของ FXPRIMUS โครงการดังกล่าวรวมถึงการก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมทางวิชาชีพให้แก่ชุมชนที่มีฐานะยากจนที่สุดในอินโดนีเซีย การพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างสวนมากกว่า 300 แห่งให้แก่ครอบครัวที่ขัดสน รวมถึงห้องสมุดที่จะสนับสนุนการพัฒนาด้านการศึกษาและการสร้างสรรค์
FXPRIMUS ให้โอกาสในการสนับสนุนหน่วยงานการกุศลและขอขอบคุณลูกค้าและคู่ค้าที่ซื่อสัตย์สำหรับความซื่อสัตย์อย่างต่อเนื่องของพวกเขา หากขาดการบริจาคเพื่อการกุศลของเรา สิ่งดีๆ ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้
Register Now
วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2557
สูตรคำนวณราคาทองคำ
หลายท่านสงสัยที่มาของสูตรคำนวณราคาทองคำที่ใช้กัน จริงๆก็เคยตอบไปแล้ว แต่ก็หล่นๆไปตามกาลเวลา วันนี้ลอกกลับมาปรับปรุงให้อ่านกันใหม่ และปักหมุดไว้เลย เผื่อท่านที่มาทีหลังจะได้ไม่ต้องไปหาขุดขึ้นมาอีก
ราคาทองไทยเป็นทองชนิด 96.5% เปอร์เซนต์ และประกาศที่น้ำหนัก 1บาท ครับ
ส่วนของ Newyork เป็นการประกาศทองชนิด 99.99% ที่น้ำหนัก 1 ออนซ์
การคำนวณจะใช้สูตรนี้ครับ
ราคาทองไทย = (( Spot Gold + Premium ) x 32.148 x THB x .965 )/65.6
โดย Premium เป็นค่าธรรมเนียมอะไรนี่แหละครับ เท่ากับ 1 เหรียญ ( บางทีก็ 2 เหรียญ)
อย่างตัวอย่างสดๆ (22.5.51 13.13 น.) ที่ ThaiGoldRealTime goldspot 932.7 USD/THB 31.95 คำนวณได้ 14107 บาท
ลองเข้าสูตรเป็น
ราคาทองไทย = (( 932.7 +1 ) x 32.148 x 31.95 x .965 )/65.6
ราคาทองไทย = 14107.68 บาท สมาคมประกาศ 14100-14000 (ขึ้นสดๆเลย หุหุ)
ปล. รวบสูตรข้างบนง่ายๆเข้าก็เอา 32.148x .965 /65.6 มารวมกันได้เป็น 0.4729 หรือ 0.473
ได้สูตรนี้ครับ
ราคาทองไทย = ( Spot Gold + 1 ) x THB x 0.473 ก็ได้เช่นกันครับ
ส่วนตัวเลข ตัวเลข 32.148 และ 65.6 มาจากไหน
เพราะว่าปกติ 1 ออนซ์ เท่ากับ 31.104 กรัม
และ 15.244 กรัม ( 1 บาททองคำ ) เท่ากับ 0.49 ออนซ์
solve ออกมาได้ว่า
SpotGold ของฝรั่งเป็นราคาทอง 9999 และเป็น USD ต่อออนซ์ครับ
ราคา ทอง9999 ต่อ กก = (SpotGold +Premium) x นน ทอง9999เป็นออนซ์ ต่อ กก
นน ทอง9999เป็นออนซ์ ต่อ กก = 32.1508 ออนซ์
แปลงไปเป็นทองชนิด 100% ก่อนครับ ดังนี้
นน ทอง100% เป็นออนซ์ ต่อ กก = 32.1508x0.9999
= 32.14758
= 32.148 .......... ที่มาของเลขที่สงสัยครับ
ราคาทอง100% ต่อ กก = (SpotGold + Premium) x นน ทอง100% เป็นออนซ์ ต่อ กก
= (SpotGold + Premium) x 32.148 ..................................(1)
แปลง นน. จากออนซ์เป็นทองไทย 1 บาท
หา นน ทอง100% ของทอง 1 บาทไทย
ทอง965 1 บาท = 15.244g หรือ 0.015244 กก หรือ 1/65.6 กก
ทอง100%1 บาท = 0.965/65.6 กก ............................................................(2)
= 0.01471 กก
ราคาทองไทย 96.5% 1บาท ได้จาก (1) x THB x (2) ก็คือสูตรนี้
= (SpotGold + Premium) x 32.148 x THB x 0.965/65.6
หรือก็คือสูตรที่ใช้กัน = (( Spot Gold + Premium ) x 32.148 x THB x .965 )/65.6
บทความอื่นๆ
ราคาทองไทยเป็นทองชนิด 96.5% เปอร์เซนต์ และประกาศที่น้ำหนัก 1บาท ครับ
ส่วนของ Newyork เป็นการประกาศทองชนิด 99.99% ที่น้ำหนัก 1 ออนซ์
การคำนวณจะใช้สูตรนี้ครับ
ราคาทองไทย = (( Spot Gold + Premium ) x 32.148 x THB x .965 )/65.6
โดย Premium เป็นค่าธรรมเนียมอะไรนี่แหละครับ เท่ากับ 1 เหรียญ ( บางทีก็ 2 เหรียญ)
อย่างตัวอย่างสดๆ (22.5.51 13.13 น.) ที่ ThaiGoldRealTime goldspot 932.7 USD/THB 31.95 คำนวณได้ 14107 บาท
ลองเข้าสูตรเป็น
ราคาทองไทย = (( 932.7 +1 ) x 32.148 x 31.95 x .965 )/65.6
ราคาทองไทย = 14107.68 บาท สมาคมประกาศ 14100-14000 (ขึ้นสดๆเลย หุหุ)
ปล. รวบสูตรข้างบนง่ายๆเข้าก็เอา 32.148x .965 /65.6 มารวมกันได้เป็น 0.4729 หรือ 0.473
ได้สูตรนี้ครับ
ราคาทองไทย = ( Spot Gold + 1 ) x THB x 0.473 ก็ได้เช่นกันครับ
ส่วนตัวเลข ตัวเลข 32.148 และ 65.6 มาจากไหน
เพราะว่าปกติ 1 ออนซ์ เท่ากับ 31.104 กรัม
และ 15.244 กรัม ( 1 บาททองคำ ) เท่ากับ 0.49 ออนซ์
solve ออกมาได้ว่า
SpotGold ของฝรั่งเป็นราคาทอง 9999 และเป็น USD ต่อออนซ์ครับ
ราคา ทอง9999 ต่อ กก = (SpotGold +Premium) x นน ทอง9999เป็นออนซ์ ต่อ กก
นน ทอง9999เป็นออนซ์ ต่อ กก = 32.1508 ออนซ์
แปลงไปเป็นทองชนิด 100% ก่อนครับ ดังนี้
นน ทอง100% เป็นออนซ์ ต่อ กก = 32.1508x0.9999
= 32.14758
= 32.148 .......... ที่มาของเลขที่สงสัยครับ
ราคาทอง100% ต่อ กก = (SpotGold + Premium) x นน ทอง100% เป็นออนซ์ ต่อ กก
= (SpotGold + Premium) x 32.148 ..................................(1)
แปลง นน. จากออนซ์เป็นทองไทย 1 บาท
หา นน ทอง100% ของทอง 1 บาทไทย
ทอง965 1 บาท = 15.244g หรือ 0.015244 กก หรือ 1/65.6 กก
ทอง100%1 บาท = 0.965/65.6 กก ............................................................(2)
= 0.01471 กก
ราคาทองไทย 96.5% 1บาท ได้จาก (1) x THB x (2) ก็คือสูตรนี้
= (SpotGold + Premium) x 32.148 x THB x 0.965/65.6
หรือก็คือสูตรที่ใช้กัน = (( Spot Gold + Premium ) x 32.148 x THB x .965 )/65.6
บทความอื่นๆ
วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557
การวางแผนการเงิน
การวางแผนการเงินเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นวิธีที่ทำให้เรารู้ได้ว่า ในเดือนหนึ่งเราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดรายจ่ายส่วนเกินลงได้แล้ว ยังช่วยให้คุณมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นด้วย...และนี่คือ 7 วิธีที่ได้ผลที่ควรลองทำตามดู
1. เปอร์เซ็นต์ดังนี้ 60% คือเงินที่ต้องใช้ประจำทุกเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่ารถ 10% คือเงินที่เก็บออมไว้ ในยามเกษียณ 10 % สำหรับ สำหรับเก็บไว้ในระยะยาว เอาไว้โปะหนี้ หรือคุณอาจนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยก็ได้ 10 % เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าซ่อมเครื่องใช้ในบ้าน ค่าของขวัญ และ 10 % สุดท้ายเผื่อไว้สำหรับความบันเทิง เช่น ดูหนัง ฟังคอนเสิร์ต เป็นต้น
2. ฝึกนิสัยการเซฟเงินให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ว่าเงินส่วนไหนควรเก็บออม เงินส่วนไหนควรใช้จ่าย นอกจากนี้ ควรทำบัญชีหลักเพียง 2 บัญชี คือ บัญชีสำหรับใช้จ่ายฉุกเฉิน และ บัญชีสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ การทำเช่นนี้อาจดูยุ่งยากอยู่สักหน่อย แต่ก็จะช่วยให้คุณจัดสรรการใช้เงินได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องมาปวดหัวภายหลัง
3. ใช้เงินสดจ่ายทุกอย่าง เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำมัน ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ โดยให้เบิกเงินแค่เดือนละสองครั้งเท่านั้น วิธีนี้ดีกว่าการใช้เช็คหรือบัตรเครดิตเป็นไหนๆซึ่งเราจะได้ไม่เผลอใช้จ่ายเงินเกินตัวด้วย หากจะใช้บัตรเครดิตก็ต่อเมื่อถึงคราวจำเป็นจริๆเท่านั้น
4. แบ่งเวลา 15-20 นาที ต่อสัปดาห์ เพื่อตรวจสอบการใช้เงินของตัวเองว่า เราใช้จ่ายไปมากน้อยแค่ไหน ใช้เงินเกินงบหรือไม่ โดยอาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างตารางขึ้นมา แล้วบันทึกค่าใช้จ่ายเรียงลำดับก่อนหลังตามความจำเป็นให้พยายามตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป วิธีนี้จะช่วยให้เราใช้เงินได้ตามแผนที่วางไว้
5. แบ่งเงินใส่ซองแต่ละซอง โดยเขียนหน้าซองไว้ว่า ซองนี้ซองนั้นสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ซึ่งหากใช้เงินไม่หมดซองเราก็สามารถเช็คได้ง่าย แล้วยังเก็บไว้สมทบเป็นค่าใช้จ่ายในเดือนหน้าได้อีกด้วย วิธีนี้อาจดูโบราณไปหน่อย แต่ก็ได้ผลอย่างดีไม่น่าเชื่อ
6. ตัดใจบอกยกเลิกบัตรเครดิตบางบัตรที่ไม่จำเป็นไปบ้าง จะได้ช่วยลดภาระหนี้สินลงได้ และยังเป็นการป้องกันไม่ให้ใช้จ่ายเงินเกินตัวด้วย ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้แต่บัตรเดบิต (ที่หักเงินจากบัญชีธนาคารของเรา) เพียงอย่างเดียว
7. จ่ายบิลทุกอย่างในเวลาเดียวกัน เช่น ถ้าครบกำหนดชำระในวันที่หนึ่งของทุกเดือน ก็ให้รวบรวมทุกบิลไปจ่ายพร้อมกันทีเดียวเลย จะได้รู้ว่าเดือนหนึ่งมีค่าใช้จ่ายหลักๆ เท่าไร และเงินส่วนไหนที่สามารถจะเก็บออมไว้ได้บ้าง
บทความอื่นๆ
1. เปอร์เซ็นต์ดังนี้ 60% คือเงินที่ต้องใช้ประจำทุกเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่ารถ 10% คือเงินที่เก็บออมไว้ ในยามเกษียณ 10 % สำหรับ สำหรับเก็บไว้ในระยะยาว เอาไว้โปะหนี้ หรือคุณอาจนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยก็ได้ 10 % เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าซ่อมเครื่องใช้ในบ้าน ค่าของขวัญ และ 10 % สุดท้ายเผื่อไว้สำหรับความบันเทิง เช่น ดูหนัง ฟังคอนเสิร์ต เป็นต้น
2. ฝึกนิสัยการเซฟเงินให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ว่าเงินส่วนไหนควรเก็บออม เงินส่วนไหนควรใช้จ่าย นอกจากนี้ ควรทำบัญชีหลักเพียง 2 บัญชี คือ บัญชีสำหรับใช้จ่ายฉุกเฉิน และ บัญชีสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ การทำเช่นนี้อาจดูยุ่งยากอยู่สักหน่อย แต่ก็จะช่วยให้คุณจัดสรรการใช้เงินได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องมาปวดหัวภายหลัง
3. ใช้เงินสดจ่ายทุกอย่าง เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำมัน ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ โดยให้เบิกเงินแค่เดือนละสองครั้งเท่านั้น วิธีนี้ดีกว่าการใช้เช็คหรือบัตรเครดิตเป็นไหนๆซึ่งเราจะได้ไม่เผลอใช้จ่ายเงินเกินตัวด้วย หากจะใช้บัตรเครดิตก็ต่อเมื่อถึงคราวจำเป็นจริๆเท่านั้น
4. แบ่งเวลา 15-20 นาที ต่อสัปดาห์ เพื่อตรวจสอบการใช้เงินของตัวเองว่า เราใช้จ่ายไปมากน้อยแค่ไหน ใช้เงินเกินงบหรือไม่ โดยอาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างตารางขึ้นมา แล้วบันทึกค่าใช้จ่ายเรียงลำดับก่อนหลังตามความจำเป็นให้พยายามตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป วิธีนี้จะช่วยให้เราใช้เงินได้ตามแผนที่วางไว้
5. แบ่งเงินใส่ซองแต่ละซอง โดยเขียนหน้าซองไว้ว่า ซองนี้ซองนั้นสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ซึ่งหากใช้เงินไม่หมดซองเราก็สามารถเช็คได้ง่าย แล้วยังเก็บไว้สมทบเป็นค่าใช้จ่ายในเดือนหน้าได้อีกด้วย วิธีนี้อาจดูโบราณไปหน่อย แต่ก็ได้ผลอย่างดีไม่น่าเชื่อ
6. ตัดใจบอกยกเลิกบัตรเครดิตบางบัตรที่ไม่จำเป็นไปบ้าง จะได้ช่วยลดภาระหนี้สินลงได้ และยังเป็นการป้องกันไม่ให้ใช้จ่ายเงินเกินตัวด้วย ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้แต่บัตรเดบิต (ที่หักเงินจากบัญชีธนาคารของเรา) เพียงอย่างเดียว
7. จ่ายบิลทุกอย่างในเวลาเดียวกัน เช่น ถ้าครบกำหนดชำระในวันที่หนึ่งของทุกเดือน ก็ให้รวบรวมทุกบิลไปจ่ายพร้อมกันทีเดียวเลย จะได้รู้ว่าเดือนหนึ่งมีค่าใช้จ่ายหลักๆ เท่าไร และเงินส่วนไหนที่สามารถจะเก็บออมไว้ได้บ้าง
บทความอื่นๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


